วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หลักการใช้ Past Perfect Tense


หลักการใช้ Past Perfect Tense เป็นอีกหนึ่งตัวที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้เรียน เพราะว่าเป็นอีกหนึ่ง Tense ที่มีสองเหตุการณ์มาพ่วงกัน และสองเหตุการณ์ก็ใช้ Tense ต่างกันอีกด้วย แต่ก็ไม่ยากเกินไปครับ ถ้าสร้างความเข้าใจกับมันดีๆ
Past Perfect Tense (Tense อดีตสมบูรณ์)
Past  พาสท= อดีต
Perfect  เพอเฟ็คท = สมบูรณ์
คำว่าสมบูรณ์ใน Tense นี้หมายความว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจบลงไปแล้ว หรือสิ้นสุดแล้วอย่างสิ้นเชิง ต่างกับ Present Perfect Tense ซี่งกล่าวถึงเหตุที่ดำเนินมาถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต (ถ้าไม่เข้าใจอ่านทวนอีกรอบ ถ้าไม่เข้าใจอีกเดี๋ยวค่อยดูตัวอย่าง และจินตนาการตามแล้วกัน)

ประโยคบอกเล่า

โครงสร้าง

I,HE, SHE, IT, A CAT,
YOU, WE, THEY, CATS
HAD
GONE
*** ประธานทุกตัวใช้โครงสร้างเดียวกันเลย

หลักการใช้

ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่สิ้นสุดไปแล้ว ก่อนจะมีอีกเหตุการณ์เข้ามาแทรกทีหลัง
หมายความว่ามันมีสองเหตุการณ์ (คล้าย past continuous) และต้องใช้ตามนี้ คือ
  • เหตุการณ์ที่เกิดก่อน (ใช้ Past Perfect Tense)
  • เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง (ใช้ Past Simple Tense)
**** ให้นักเรียนท่องว่า พาสเพอ (past per) เกิดก่อน พาสซิม (past sim) เกิดหลัง 
(เป็นครั้งที่ 2 ที่ past simple เป็นพระรองเพราะเกิดหลัง)
ตัวอย่างแนวข้อสอบ
The train………………..when we………………. to the station.
a. has left, get   b. had left, had got
c. left, had got  d. had left, got
ใจความของประโยคข้างบนคือว่า ” รถไฟออกไป ตอนที่เราไปถึงสถานี “
ทีนี้ก็ต้องถามตัวเองแล้วว่า ระหว่าง รถไฟออกไป กับ เราไปถึงสถานี เหตุการณ์ไหนเกิดก่อน  คำตอบต้องเป็นรถไฟออกไปก่อนใช่ไหมเอ่ย แล้วเราก็มาใส่สูตรเข้าไป พาสเพอ (past per) เกิดก่อน พาสซิม (past sim) เกิดหลัง 
a. has left (ผิด present perfect), get  (ผิด present simple)
b. had left (ถูกต้อง เกิดก่อน past per) , had got (ผิด อันนี้ past per)
c. left (ผิด past simple), had got (ถูกต้อง past per)
d. had left (ถูกต้อง เกิดก่อน past per), got (ถูกต้อง past per)
เฉลยข้อ d. ” รถไฟออกไปก่อนแล้ว ตอนที่เราไปถึงสถานี “
ลองมาดูตัวอย่างกันเลยครับ ตามสูตรที่บอก พาสเพอ (past per) เกิดก่อน พาสซิม (past sim) เกิดหลัง 
I had eaten a pizza before I went to bed.
ฉันได้กินพิซซ่า ก่อนที่ฉันเข้านอน (กินก่อน )
John called me after I had left.
จอห์นโทรหาฉัน หลังจากที่ฉันได้ออกจากบ้านแล้ว  (ฉันออกจากบ้านก่อน)
John had called me by the time I left. (by the time แปลว่า ก่อน)
จอห์นได้โทรหาฉัน ก่อนที่ฉันออกจากบ้าน (จอห์นโทรหาก่อน)
When we reached the cinema, all people had gone home.
เมือเราไปถึงโรงหนัง คนได้กลับบ้านหมดแล้ว (คนกลับบ้านก่อน)
All people had gone home when we reached the cinema.
คนได้กลับบ้านหมดแล้ว เมือเราไปถึงโรงหนัง  (คนกลับบ้านก่อน)
We reached the cinema after all people had gone home.
เราไปถึงโรงหนัง หลังจากคนกลับบ้านหมดแล้ว (คนกลับบ้านก่อน)
We had reached the cinema before all people went home.
เราได้ไปถึงโรงหนัง ก่อนคนกลับบ้าน (ไปถึงโรงหนังก่อน)
He had studied English before he moved to England?
เขาได้เรียนภาษาอังกฤษ ก่อนเขาย้ายไปอังกฤษ (เรียนก่อน)
They had had dinner before they did homework.
พวกเขาได้เขากินข้าว ก่อนพวกเขาทำการบ้าน (กินก่อน) –อย่างงนะว่าทำไมมี had สองตัว ตัวที่หนึ่งเป็นกริยาช่วย ตัวที่สองเป็นกริยาแท้แปลว่ากิน

TIME LINE เส้นเวลา

timeline past perfect tense
มาดูไทม์ไลน์กันเลยครับ ว่าถ้ามีเหตุการณ์ในอดีตสองเหตุการณ์ ซึ่งมี “เหตการณ์หนึ่งเกิดก่อน แล้วมีอีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดตามหลัง” นั้นเป็นอย่างไร ดูจากไทม์ไลน์แล้ว ง่ายนิดเดียวเอง
  • สีดำคือ อดีตที่หมองหม่น
  • สีส้มคือปัจจุบันที่สดใส
  • สีชมพู คือ อนาคตที่เรืองรองผ่องอำไพ
  • ลูกศรสีขาวไซร้คือเหตุการณ์ที่เกิดก่อน
  • ลูกศรสีแดงคือเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง
  • จุดสีแดงคือ เวลาในอดีต  มีสองจุด เพราะมีสองเหตุการณ์
ไทม์ไลน์ตัวนี้อธิบายได้ว่า
  • ลูกศรสีขาวคือ เหตการณ์ที่เกิดก่อน มันเลยได้ชื่อว่า สมบูรณ์ (past perfect)
  • ลูกศรสีแดง คือ เหตุการณ์ที่เกิดหลัง มันเลยได้ชื่อว่า ธรรมดา (past simple)
I had eaten a pizza before I went to bed.
ฉันได้กินพิซซ่า ก่อนที่ฉันเข้านอน
กินก่อนเข้านอน ดังนั้น กินต้องใช้ past perfect ส่วนเข้านอนทีหลัง จึงใช้ past simple
สรุปว่าถ้านักเรียนต้องการบอกกล่าวเล่าเรื่องในอดีต ซึ่งมี “เหตุการณ์หนึ่งเกิดก่อน แล้วมีอีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดตามหลัง” ให้ใช้โครงสร้าง

ประธาน + HAD + กริยาช่องที่ 3 / ประธาน + กริยาช่องที่ 2

ประโยคปฏิเสธ

โครงสร้าง

I,HE, SHE, IT, A CAT,
YOU, WE, THEY, CATS
HAD NOT
GONE.

I,HE, SHE, IT, A CAT,
YOU, WE, THEY, CATS
HAD NEVER
GONE.
  • had not ย่อเป็น hadn’t  แฮดดึนท แปลว่า ไม่
  • had never แปลว่า ไม่เคย
I hadn’t eaten a pizza before went to bed.
ฉันไม่ได้กินพิซซ่า ก่อนที่ฉันเข้านอน
John had not called me by the time I left.
จอห์นไม่ได้โทรหาฉัน ก่อนที่ฉันออกจากบ้าน
He hadn’t studied English before he moved to England?
เขาไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษ ก่อนเขาย้ายไปอังกฤษ
They had never had dinner before they did homework.
พวกเขาไม่เคยกินข้าว ก่อนพวกเขาทำการบ้าน

 ประโยคคำถาม

โครงสร้าง

HAD
I, HE, SHE, IT, A CAT,
YOU, WE, THEY, CATS
GONE?
การสร้างประโยคคำถามก็เป็นไปตามกกฎที่ว่า ถ้ามีกริยาช่วย (24 ตัว) อยู่ในประโยคให้เอาขึ้นหน้าประธาน
Had  I eaten a pizza before I go to bed?
ฉันได้กินพิซซ่า ก่อนที่ฉันเข้านอนใช่ไหม
Yes, you had./ No, you hadn’t. ใช่ / ไม่ใช่
Had John called me by the time I left.
จอห์นได้โทรหาฉัน ก่อนที่ฉันออกจากบ้านใช่ไหม
Yes, he had./ No, he hadn’t. ใช่ / ไม่ใช่
Had all people  gone home when we reached the cinema.
คนได้กลับบ้านหมดแล้ว เมือเราไปถึงโรงหนังใช่ไหม
Yes, they had./ No, they hadn’t. ใช่ / ไม่ใช่
Had he studied English before he moved to England?
เขาได้เรียนภาษาอังกฤษ ก่อนเขาย้ายไปอังกฤษ
Yes, he had./ No, he hadn’t. ใช่ / ไม่ใช่

ประโยคคำถาม WH- QUESTION

ให้เอาคำเหล่านี้ (Who, What, Where, When, Why, How) นำหน้าประโยค ตามด้วย  had
Who had called you before we went to the party?
ใครได้โทรหาคุณ  ก่อนที่เราไปงานปาร์ตี้
Why had you sold your house before you moved to New you?
ทำไมคุณได้ขายบ้าน ก่อนที่คุณย้ายไปนิวยอร์ค

(เพิ่มเติม) การใช้คำเชื่อม WHEN, BEFORE, AFTER

หลักการใช้คล้ายกับ การใช้ when, as, while ของ  past continuous tense ครับ อยู่ท้ายๆในหน้านั้นเลย
ที่มา :  http://xn--12cl9ca5a0ai1ad0bea0clb11a0e.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89-past-perfect-tense-%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87-tense-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7/

หลักการใช้ Past Continuous Tense

หลักการใช้ past continuous tense
หลักการใช้ Past Continuous Tense ถือว่าค่อนข้างซับซ้อนนิดหนึ่งตรงที่ถ้ามีสองเหตุการณ์ในอดีตซ้อนกันอยู่ ซึ่งผู้เรียนต้องจดจำให้ได้ว่าสองเหตุการณ์ที่ว่านั้น เหตุการณ์ไหนใช้ tense อะไร และมีข้อสังเกตอย่างไร
Past Continuous Tense (Tense อดีตกำลังทำ)
Past  พาสท= อดีต
Continuous คอนทินิวอัส = ต่อเนื่อง
คำว่า was, were คือ ช่องที่ 2 ของ verb to be (is, am, are)
was อ่านว่า เวิส มาจาก is
were อ่านว่า เวอ มาจาก are

โครงสร้าง

I,HE, SHE, IT, A CAT
WAS
EATING
YOU, WE, THEY, CATS
WERE
EATING
*** ข้อควรจำ  I ใช้ was ซึ่งเป็น Tense เดียวที่ใช้กริยาร่วมกับประธานเอกพจน์ นอกนั้นใช้กับประธานพหูพจน์ครับ จำไว้ให้ดีเชียว

หลักการใช้

1. ใช้เล่าเหตุการที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต เช่น
เมื่อวานนี้ฉันไปเที่ยวสวนสาธารณะแล้วก็เห็นอะไรหลายๆอย่างดังนี้
เมื่อวานครอบครัวของฉันไปสวนสาธารณะมา ฉันกำลังกินอาหารว่าง แม่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ คุณพ่อกับน้องชายกำลังเล่นฟุตบอล ส่วนน้องสาวกับเพื่อนๆของเธอกำลังเล่นวอลเลย์บอล  หมาของฉันกำลังนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ มันเป็นวันที่สดใสจริงๆ
My family went to the park yesterday. I was eating some snacks. My mom was reading a newspaper. My dad and my brother were playing football. My sister and her friends were playing volleyball. My dog was sleeping under the tree. It was a really beautiful day.
หรือถ้าจะบอกว่าคนนั้นกำลังทำอันนี้ คนนี้กำลังทำอันโน้น คนโน้นกำลังทำอันนู้น ก็ได้ เช่น
was eating while it was raining.
ฉันกำลังกินข้าว ขณะที่ฝนกำลังตก
As they were reading, I was sleeping.
ขณะที่พวกเขากำลังอ่านหนังสือ ฉันกำลังนอนหลับอยู่
We were listening to the radio as he was watching TV?
พวกเรากำลังฟังวิทยุ ขณะที่เขากำลังดูทีวี
What were you doing while I was playing football?
คุณกำลังทำอะไรอยู่ ขณะที่ฉันกำลังเล่นฟุตบอล
หลักการใช้ตามข้อ 1 ไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยากอะไร สิ่งที่จะยุ่งยาก และนำมาออกข้อสอบบ่อยคือข้อต่อไป บอกก่อนว่าต้องทำความเข้าใจและใช้จินตนาการนิดหนึงนะครับ
2. ใช้บอกเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและยังไม่จบกระบวนการ แต่มีอีกเหตุการณ์เข้ามาแทรกกลางคัน
หมายความว่ามันมีสองเหตุการณ์ (สอง Tense ) และต้องใช้ตามนี้ คือ
  • เหตุการณ์ที่เกิดก่อนและกำลังเกิดขึ้นอยู่ (ใช้ Past Continuous Tense)
  • เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง (ใช้ Past Simple Tense)
**** ให้นักเรียนท่องว่า พาสคอน (past con) เกินก่อน พาสซิม (past sim) เกิดหลัง
(ครั้งที่ 1 ที่ past simple เป็นพระรองเพราะเกิดหลัง)
ทำไมต้องท่องแบบนี้ เพราะว่าเวลาออกข้อสอบมันก็จะมาประมาณนี้
When I ………………….., my dad…………………………..
a. was sleeping, arrive     b. slept, was arriving
c. was sleeping, arrived  d. were sleeping, arrived
จากตัวอย่างด้านบนหมายความว่า ” ฉันนอนหลับ  พ่อมาถึง”
ระหว่าง ฉันนอน กับ พ่อมาถึง อันไหนน่าจะเกิดก่อน ถูกต้อง ฉันนอนหลับต้องเกิดก่อนที่พ่อจะมาถึง
ถ้าจะถามต่อว่ารู้ได้งัยว่าอันไหนเกิดก่อน ตรงนี้ต้องตอบว่านักเรียนต้องคิดเอาเองครับ (แต่จะมี Tips บอกต่อนท้าย)
ถ้างั้นมาใส่สูตรเข้าไปเลย พาสคอน (past con) เกินก่อน พาสซิม (past sim) เกิดหลัง
เฉลยคือ
a. was sleeping,  (ถูกต้อง เกิดก่อนพาสคอน) arrive  (ผิด อันนี้เป็น present simple)
b. slept, (ผิด ก่อนก่อนต้องพาสคอนสิ) was arriving ( ผิด เกินหลังต้อง พาสซิม)
c. was sleeping, (ถูกต้อง เกิดก่อนพาสคอน) arrived (ถูกต้อง เกิดหลังพาสซิม)
d. were sleeping, (ผิด I ใช้ was)  arrived (ถูกต้อง เกิดหลังพาสซิม)

TIP1

  • คำกริยาที่นำมาใช้กับ Past Continuous ต้องเป็นกริยาที่สามารถแสดงการกระทำได้นาน จากตัวอย่างด้านบนระหว่าง นอน กับ มาถึง อะไรทำได้นานกว่ากัน ถูกต้อง นอนเป็นสิบชั่วโมงยังได้เลย  คำกริยาที่สามารถทำได้นาน และเห็นมาออกข้อสอบบ่อยๆ เช่น
    do, drive, eat, have, read, sing, sit, sleep, swim, teach, write, clean, cook, cry, dance, play, rain, walk, wash, watch
  • คำกริยาที่นำมาใช้กับ Past Simple ส่วนใหญ่เป็นกริยาที่เกิดขึ้นแป๊บเดียว ไม่สามารถทำได้นาน จากตัวอย่างด้านบนระหว่าง นอน กับ มาถึง อะไรเกิดขึ้นแป๊บเดียว ถูกต้อง มาถึง มันเกิดแค่แป๊บเดียว  คำกริยาที่ไม่สามารถทำได้นาน เช่น take,  start, arrive, see, hear, smell, hit, come, ring, cut  (กริยา 3 ช่อง คลิกที่นี่)
    • was having dinner when the phone rang.
      ฉันกำลังกินข้าวเย็น ตอนที่โทรศัพท์ดัง
    • When the police arrived, we were sleeping.
      เมื่อตำรวจมาถึง พวกเรากำลังนอนหลับ
    • As we were walking to school, we saw a big elephant.
      ขณะที่พวกเรากำลังเดินไปโรงเรียน พวเราเห็นช้างตัวใหญ่
    • While they were reading, they heard a bird singing in the tree.
      ขณะที่พวกเขากำลังอ่านหนังสือ พวกเขาได้ยินนกร้องเพลงอยู่บนต้นไม้
    • She was swimming when the shark came.หล่อนกำลังว่ายน้ำอยู่ เมื่อตอนที่ฉลามมา
    • We were washing the car when it started to rain.
      พวกเรากำลังล้างรถอยู่ ตอนที่ฝนเริ่มตก
    • She took my book as I was playing football.
      หล่อนเอาหนังสือฉันไป ขณะที่ฉันกำลังเล่นฟุตบอล
    • A car hit the dog while it was running on the road.
      รถยนต์คันหนึ่งชนหมา ขณะที่มันกำลังวิ่งบนถนน
    • My mom cut her finger while she was cooking.
      แม่ของฉันทำมีดบาดนิ้ว ขณะที่หล่อนกำลังทำอาหาร

TIP2

ประโยคที่อยู่หลัง while, as  (ขณะที่)   ใช้ past continuous
ประโยคที่อยู่หลัง when  (เมื่อ, ตอนที่) ใช้ past simple
  • was having dinner when the phone rang.
    ฉันกำลังกินข้าว ตอนที่โทรศัพท์ดัง
  • While I was having dinner, the phone rang.
    ขณะที่ฉันกำลังกินข้าว โทรศัพท์ก็ดัง
  • When the police arrived, we were sleeping.
    เมื่อตำรวจมาถึง พวกเรากำลังนอนหลับ
  • The police arrived as we were sleeping.
    ตำรวจมาถึง ขณะที่พวกเรากำลังนอนหลับ
  • As we were walking to school, we saw a big elephant.
    ขณะที่พวกเรากำลังเดินไปโรงเรียน พวเราเห็นช้างตัวใหญ่
  • We were walking to school when we saw a big elephant.
    พวกเรากำลังเดินไปโรงเรียน ตอนที่พวเราเห็นช้างตัวใหญ่

TIME LINE เส้นเวลา

timeline past continuous tense
หลังจากที่ได้อ่านหลักการใช้แล้ว ลองศึกษาจากไทม์ไลน์ดูซิที่ว่า ถ้ามี “เหตุการณ์ที่หนึ่งกำลังเกิดขึ้น แล้วมีอีกเหตุการณ์ที่สองแทรกเข้ามา” มันมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร
  • สีดำคือ อดีตที่หมองหม่น
  • สีส้มคือปัจจุบันที่สดใส
  • สีชมพู คือ อนาคตที่เรืองรองผ่องอำไพ
  • ***ลูกศรสีขาวไซร้คือเหตุการณ์ที่หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้น และจะดำเนินต่อไปอีกสักพัก
  • ***ส่วนลูกศรสีแดงคือเหตุการณ์ที่สองที่แทรกเข้ามากลางคัน

จากไทม์ไลน์ขออธิบายว่า

  • ลูกศรสีขาวนั้นคือ past continuous tense  เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและกำลังเกิดขึ้นอยู่ และจะดำเนินต่อไปอีกสักพักเพื่อให้จบกระบวนการ
  • ส่วนลูกศรสีแดงคือ past simple tense ตัวนี้เข้ามาแทรกทีหลังกลางคัน มาดูตัวอย่างดีกว่า
 I was having dinner when the phone rang.
ฉันกำลังกินข้าวเย็น ตอนที่โทรศัพท์ดัง
สมมติว่าฉันเริ่มกินข้าวเวลา หนึ่งทุ่ม (เส้นสีขาว ณ จุดเริ่มต้น) ขณะนี้เวลา หนึ่งทุ่มครึ่ง กินข้าวได้สักพักแล้ว (สีขาววิ่งมาได้ครึ่งหนึ่ง) แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น (ลูกศรสีแดงเข้ามาแทรก)  แล้วยังไงต่อ ก็ไปรับโทรศัพท์สิ แล้วกินข้าวต่อให้อิ่ม (สีขาววิ่งต่อไปบนเส้นประสีเหลืองจนสุด)
As we were walking to school, we saw a big elephant.
พวกเรากำลังเดินไปโรงเรียน ตอนที่พวเราเห็นช้างตัวใหญ่
ตอนนี้เราเริ่มออกเดินทาง (เส้นสีขาวณ จุดเริ่มต้น) แล้วเดินไปสักพัก (สีขาววิ่งมาได้ครึี่ง) แล้วก็เห็นช้าง (เส้นสีแดงแทรกเข้า) แล้วก็เดินต่อไปจนถึงโรงเรียน (สีขาววิ่งไปตามเส้นสีเหลืองจนจบ)
สรุปว่าถ้านักเรียนต้องการสื่อเรื่องราวอะไรสักอย่าง ที่มีสองเหตุการณ์ในอดีต “โดยเหตุการณ์ที่หนึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามากลางคัน”   ให้ใช้โครงสร้าง

ประธาน + WAS, WERE + กริยาช่องที่ 1 เติม ING / ประธาน +กริยาช่องที่ 2 (สู้ๆๆ)

เพิ่มเติม การใช้คำเชื่อม WHEN AS WHILE

พิจารณาสองประโยคต่อไปนี้
A: I was having dinner when the phone rang.
ฉันกำลังกินข้าว ตอนที่โทรศัพท์ดัง
B: While I was having dinner, the phone rang.
ขณะที่ฉันกำลังกินข้าว โทรศัพท์ก็ดัง
อะไรคือความต่าง
a. ความหมาย
b. รูปแบบประโยค
ตอบ b ความหมายเดียวกันครับ ต่างกันที่การวางรูปประโยค เพราะว่ามันมีสองประโยค และมีคำเชื่อมอยู่ด้วย จึงสามารสลับหน้าหลังได้ แต่มีข้อควรจำนิดหนึ่งคือ
As/ While / When…………….,……………  ถ้าเอาคำเชื่อมขึ้นต้น ต้องมีคอมม่า ดังตัวอย่าง B
…………………as/ while/ when……… ถ้าเอาคำเชื่อมไว้ตรงกลาง ไม่ต้องมีคอมม่า ดังตัวอย่าง A …..เข้าจั๋ยยยยัง
ที่มา : http://xn--12cl9ca5a0ai1ad0bea0clb11a0e.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89-past-continuous-tense-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/